Skip to Content

Odoo Knowledge ทำหน้าที่อะไร และต่างจากที่เก็บไฟล์อย่างไร

ที่เก็บความรู้ที่คนในองค์กรเขียนเอง จัดชั้นและจัดสิทธิ์อย่างไร และเรื่องใดที่ระบบช่วยไม่ได้
28 สิงหาคม ค.ศ. 2026 โดย
Odoo Knowledge ทำหน้าที่อะไร และต่างจากที่เก็บไฟล์อย่างไร
Fx, Thanapat

ความรู้ที่ทำให้องค์กรทำงานได้จริง ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในไฟล์ แต่อยู่ในหัวของคนที่ทำงานนั้นมานาน เมื่อคนนั้นลาออกหรือย้ายทีม ความรู้ก็ออกไปด้วย

องค์กรจำนวนมากพยายามแก้ด้วยการสั่งให้เขียนคู่มือ แล้วได้ไฟล์เอกสารกองหนึ่งที่ไม่มีใครเปิด เพราะไม่รู้ว่าฉบับไหนใหม่ที่สุด และเพราะการหาคำตอบจากไฟล์ใช้เวลานานกว่าการเดินไปถามคนข้างๆ

บทความนี้อธิบายว่า Odoo Knowledge ทำหน้าที่อะไร ต่างจากส่วนเก็บไฟล์อย่างไร และเรื่องใดที่ระบบช่วยไม่ได้

Odoo Knowledge คืออะไร

Odoo Knowledge เป็นส่วนงานที่ให้ผู้ใช้ภายในองค์กรสร้างฐานความรู้ของธุรกิจ โดยเก็บสิ่งที่รวบรวมมาทั้งจากคนเดียวและจากการทำงานร่วมกัน

หน่วยหลักคือบทความ ซึ่งประกอบด้วยชื่อเรื่องและเนื้อหาที่ใส่ได้ทั้งข้อความ รูปภาพ ลิงก์ และระเบียนจากงานอื่นในระบบ สร้างจากหน้าเปล่าหรือจากแม่แบบที่ตั้งไว้ล่วงหน้าก็ได้

ต่างจากส่วนเก็บไฟล์อย่างไร

คำถามที่เราได้รับบ่อยที่สุดคือ ในเมื่อมีส่วนเก็บไฟล์อยู่แล้ว ยังต้องมีส่วนนี้อีกทำไม คำตอบอยู่ที่ว่าสองส่วนนี้เก็บของคนละชนิด

สองส่วนงานที่ทำหน้าที่ต่างกัน ส่วนเก็บไฟล์กับส่วนฐานความรู้
สองส่วนงานที่ทำหน้าที่ต่างกัน ส่วนเก็บไฟล์กับส่วนฐานความรู้

วิธีแยกที่ใช้ได้จริงคือถามว่า สิ่งนั้นมีคนส่งมาให้ หรือคนของเราเขียนขึ้นเอง ไฟล์ที่ส่งเข้ามาควรอยู่ในส่วนเก็บไฟล์ ส่วนสิ่งที่ทีมคิดได้แล้วเขียนบันทึกไว้ ควรอยู่ในส่วนฐานความรู้

ส่วนเก็บไฟล์ทำหน้าที่ของมันดีอยู่แล้ว ซึ่งเราเขียนไว้แยกอีกเรื่องหนึ่งใน บทความเรื่อง Odoo Documents ทำหน้าที่อะไร

จัดชั้นบทความและสิทธิ์ที่ไหลตามชั้น

บทความซ้อนใต้บทความอื่นได้ และบทความที่อยู่ใต้จะรับสิทธิ์การเข้าถึงจากบทความแม่

ข้อนี้มีผลกับการทำงานจริงมาก เพราะแปลว่าการตั้งสิทธิ์ทำที่ระดับหัวข้อใหญ่ครั้งเดียว แล้วบทความที่เขียนเพิ่มภายใต้หัวข้อนั้นก็ได้สิทธิ์เดียวกันไปโดยไม่ต้องตั้งซ้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ระบบเอกสารทั่วไปมักพลาด คือเขียนบทความใหม่แล้วลืมตั้งสิทธิ์

แถบด้านข้างจัดบทความเป็นสี่กลุ่ม คือ Favorites สำหรับบทความที่ทำเครื่องหมายดาวไว้, Workspace ซึ่งผู้ใช้ภายในทุกคนเข้าถึงได้, Shared ซึ่งแบ่งปันกับผู้ใช้ที่ระบุ และ Private ซึ่งเป็นบทความส่วนตัว

ส่วนระดับสิทธิ์ในเมนู Share มีสามระดับ คือ Can Edit ให้ผู้ใช้ภายในทุกคนแก้ได้, Can Read ให้อ่านได้อย่างเดียว และ Members only ให้เฉพาะสมาชิกที่ระบุเท่านั้น

ใส่มุมมองจากงานอื่นเข้ามาในบทความ

จุดที่ต่างจากโปรแกรมเขียนเอกสารทั่วไปมากที่สุด คือบทความในระบบนี้ใส่มุมมองจากแอปอื่นเข้ามาได้ ด้วยคำสั่ง Insert view in article หรือ Insert link in article ซึ่งเรียกจากไอคอนรูปเฟืองในแอปนั้น

ผลที่ได้คือคู่มือที่มีตัวเลขจริงอยู่ในตัวเอง ไม่ใช่ภาพหน้าจอที่ล้าสมัยตั้งแต่วันที่บันทึก เช่น เอกสารขั้นตอนการติดตามงานที่ฝังรายการงานค้างจริงไว้ในหน้าเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งฝังเนื้อหาในตัวอีกหลายแบบ ที่ใช้บ่อยคือ Index ซึ่งแสดงรายการบทความลูกให้อัตโนมัติ, Clipboard สำหรับข้อความที่ต้องคัดลอกไปใช้ซ้ำ และ Foldable Section สำหรับพับส่วนที่ยาวเก็บไว้

รายการย่อยในบทความยังมีช่องข้อมูลที่รับค่ามาจากบทความแม่ ทำให้กลุ่มบทความที่อยู่ใต้หัวข้อเดียวกันใช้ชุดข้อมูลที่สอดคล้องกัน

ค้นหาและย้อนดูของเดิม

การค้นใช้แป้นพิมพ์ลัด Ctrl หรือ Cmd ร่วมกับ K แล้วพิมพ์เครื่องหมายคำถามเพื่อค้นบทความที่มองเห็นได้ หรือเครื่องหมายดอลลาร์เพื่อค้นบทความที่ซ่อนอยู่ ซึ่งหมายถึงบทความที่ผู้ใช้คนนั้นไม่มีสิทธิ์เห็นในรายการ

ระบบเก็บประวัติรุ่นของบทความไว้ และย้อนกลับไปรุ่นก่อนหน้าได้ พร้อมคำสั่งดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF ทำสำเนา และล็อกเนื้อหาไม่ให้ใครแก้

ประวัติรุ่นเป็นเรื่องที่ประเมินค่าต่ำกว่าความจริงเสมอ จนกระทั่งมีคนแก้ขั้นตอนการทำงานผิดไป แล้วไม่มีใครจำได้ว่าเดิมเขียนไว้อย่างไร

เราใช้เองอย่างไร

ระบบของเรามีบทความในส่วนนี้ 636 บทความ เป็นบทความระดับบนสุด 81 บทความ ครอบคลุมงานหลายด้าน ตั้งแต่ข้อมูลสินค้า งานบุคคล คู่มือมาตรฐานการใช้ Odoo งานวางระบบ ERP งานวิเคราะห์ธุรกิจ งานวิศวกรรมและพัฒนา ไปจนถึงงานโครงการของลูกค้า

สิ่งที่เราพบคือ บทความที่มีคนอ่านจริงมักเป็นบทความที่เขียนตอนกำลังทำงานนั้นอยู่ ไม่ใช่บทความที่เขียนย้อนหลังตอนว่าง เพราะบทความแบบแรกยังจำรายละเอียดที่ทำให้ติดขัดได้ ส่วนแบบหลังมักเหลือแต่ขั้นตอนหลักที่ใครก็เดาได้อยู่แล้ว

สิ่งที่ระบบช่วยไม่ได้

เรื่องแรกคือระบบไม่ได้ทำให้คนอยากเขียน การมีที่เก็บที่ดีไม่ได้แปลว่าจะมีเนื้อหา องค์กรที่ทำเรื่องนี้สำเร็จมักกำหนดไว้เลยว่าการปิดงานแต่ละอย่างต้องมีบันทึกอะไรตามมาด้วย ไม่ใช่ฝากไว้กับความสมัครใจ

เรื่องที่สองคือความรู้ที่เขียนไว้แล้วจะล้าสมัยเสมอ ถ้าไม่มีคนรับผิดชอบต่อหัวข้อนั้น การกำหนดเจ้าของรายหัวข้อจึงสำคัญกว่าการเลือกเครื่องมือ

เรื่องที่สามคือส่วนนี้ใช้ได้กับผู้ใช้ภายในองค์กร ไม่ได้ออกแบบมาเป็นฐานความรู้สาธารณะสำหรับลูกค้า ถ้าต้องการเผยแพร่สู่ภายนอก ต้องพิจารณาส่วนอื่นประกอบ

เรื่องที่สี่คือการย้ายความรู้เดิมที่กระจายอยู่ในไฟล์และในแชตเข้ามา ใช้เวลามากกว่าที่ประมาณไว้เสมอ และไม่ควรทำทีเดียวทั้งหมด

เริ่มจากตรงไหน

จุดเริ่มที่ใช้ได้จริงคือเลือกคำถามที่ทีมต้องตอบซ้ำมากที่สุดในเดือนที่ผ่านมา แล้วเขียนคำตอบนั้นเป็นบทความแรก ไม่ต้องเริ่มจากการวางผังหัวข้อทั้งองค์กร

รายละเอียดงานด้านระบบบริหารทรัพยากรองค์กรของเรา ดูได้ที่ หน้าระบบ ERP บนแพลตฟอร์ม Odooหรือติดต่อทีมงานเพื่อพูดคุยเรื่องการจัดการความรู้ในองค์กรของคุณโดยตรง

Odoo Documents ทำหน้าที่อะไร และช่วยงานเอกสารขององค์กรอย่างไร
ต่างจากไดรฟ์แบ่งปันไฟล์ทั่วไปตรงไหน ทำอะไรได้บ้าง และเรื่องใดที่ต้องตัดสินก่อนเริ่มใช้