ธุรกิจที่ขายให้สถานศึกษาไม่ได้ทำงานเหมือนธุรกิจที่ขายให้โรงงาน งานเข้ามาเป็นโครงการ แต่ละโครงการมีเอกสารกำหนดคุณลักษณะของตัวเอง มีกำหนดเวลาของตัวเอง และจบด้วยการส่งมอบที่ต้องตรวจรับตามเงื่อนไข
บทความนี้เล่าถึงลูกค้ารายหนึ่งที่ทำธุรกิจแบบนั้น คือ บริษัท เดอะมาร์ส เน็กซัส จำกัด เจ้าของแบรนด์ Thai PLC Center และเล่าว่า DigitechX กำลังวางระบบหลังบ้านให้อย่างไร บทความนี้เขียนขณะที่งานยังไม่จบ จึงยังไม่มีการอ้างผลลัพธ์ใดทั้งสิ้น
The Mars Nexus ทำอะไร
บริษัท เดอะมาร์ส เน็กซัส จำกัด ตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ผลิตและจำหน่ายชุดฝึกทดลองด้านระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม 4.0 ครอบคลุมอุปกรณ์ PLC ซึ่งเป็นตัวควบคุมเครื่องจักร, HMI ซึ่งเป็นหน้าจอสั่งงานหน้าเครื่อง, อุปกรณ์ IoT และระบบหุ่นยนต์
นอกจากตัวชุดฝึก บริษัทยังจัดหลักสูตรฝึกอบรมที่ไล่ระดับเป็นแปดขั้น ตั้งแต่พื้นฐานไฟฟ้าไปจนถึงระบบ SCADA ซึ่งเป็นระบบควบคุมและเฝ้าดูกระบวนการผลิต และมีชุดปฏิบัติการลำเลียงชิ้นงานที่ใช้แขนกลประกอบ
บริษัทระบุว่าได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 และมีบันทึกความเข้าใจร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาหลายแห่งทั่วประเทศ
DigitechX ทำอะไร
DigitechX เป็นบริษัทเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับภาคอุตสาหกรรม ให้บริการตั้งแต่ระบบ IoT การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลหน้างาน ระบบบริหารทรัพยากรองค์กรหรือ ERP ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง ไปจนถึงงานที่ปรึกษาด้านการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล
จุดยืนที่บริษัทเขียนไว้ในเอกสารองค์กรคือ ไม่ใช่ผู้ติดตั้ง Odoo หรือผู้ขายอุปกรณ์ IoT เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ให้โซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่ข้อมูลหน้างาน ไปจนถึงการบริหารด้วยระบบ ERP
ทำไมธุรกิจแบบนี้ต้องการระบบหลังบ้านที่ต่อกัน
เมื่อธุรกิจรับงานเป็นโครงการ ปัญหาที่พบซ้ำไม่ใช่การขายไม่ได้ แต่เป็นการที่ข้อมูลของโครงการเดียวกันกระจายอยู่คนละที่
ฝ่ายขายเก็บรายละเอียดโครงการไว้ในไฟล์ของตัวเอง ฝ่ายจัดซื้อเปิดใบสั่งซื้อจากอีกที่หนึ่ง คลังสินค้าจดของเข้าออกไว้อีกชุดหนึ่ง และบัญชีต้องรอเอกสารจากทุกฝ่ายก่อนจึงจะปิดงานได้ เมื่อลูกค้าถามว่าโครงการนั้นถึงไหนแล้ว คำตอบจึงต้องอาศัยการไล่ถามคนหลายคน
การรวมงานเหล่านี้ไว้บนฐานข้อมูลเดียวไม่ได้ทำให้ทำงานน้อยลงโดยอัตโนมัติ แต่ทำให้ทุกฝ่ายอ้างอิงตัวเลขชุดเดียวกัน และตอบคำถามได้จากระบบแทนการถามกันเอง
ขอบเขตของงานที่กำลังทำ
ข้อเสนอวางระบบ Business Operating System ได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขอบเขตงานครอบคลุมงานลูกค้าสัมพันธ์ งานขาย งานคลังสินค้า งานจัดซื้อ และงานบัญชี ทั้งหมดอยู่บนฐานข้อมูลเดียวกัน
สิ่งที่ทำไปแล้วมีทั้งการตั้งค่าระบบพื้นฐาน การนำข้อมูลหลักเข้าระบบ การจัดทำแม่แบบเอกสารสำหรับใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ และใบแจ้งหนี้ การตั้งผังบัญชีและสมุดรายวัน รวมถึงส่วนที่พัฒนาเพิ่มเฉพาะงานนี้
ลำดับการทำงานห้าระยะ
งานวางระบบของเราเดินตามลำดับเดียวกันทุกโครงการ ไม่ได้เริ่มจากการเขียนโปรแกรม แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจงานที่ทำอยู่จริงก่อน

ระยะที่มักถูกข้ามในโครงการทั่วไปคือระยะที่สอง คือการเทียบความต้องการกับสิ่งที่ระบบมาตรฐานทำได้อยู่แล้ว ถ้าข้ามระยะนี้ ผลที่ตามมาคือการสั่งพัฒนาส่วนเพิ่มที่ระบบเดิมทำได้อยู่แล้ว ซึ่งเสียทั้งเวลาและเป็นภาระตอนอัปเกรดในอนาคต
แนวทางเดียวกันนี้เราเคยเล่าไว้แล้วในกรณีของธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม ซึ่งอ่านต่อได้ที่ บทความเรื่องการวางระบบ ERP ให้ธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม
งานนี้เดินมาถึงไหนแล้ว
ขณะที่เขียนบทความนี้ โครงการอยู่ในระยะออกแบบและสร้างระบบ ยังไม่ถึงระยะนำขึ้นใช้งานจริง จึงยังไม่มีตัวเลขผลลัพธ์ใดให้รายงาน และเรายังไม่ทราบว่าเมื่อใช้งานจริงแล้วจะพบเรื่องใดที่ต้องปรับอีก
เมื่อระบบขึ้นใช้งานและผ่านการใช้จริงไประยะหนึ่งแล้ว เราจะกลับมาเขียนสรุปให้เห็นตามจริงว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
สนใจงานลักษณะนี้
งานวางระบบบริหารทรัพยากรองค์กรอยู่ในกลุ่มสินค้าและบริการ Business OS และ ERP ของบริษัท รายละเอียดของบริการดูได้ที่ หน้าระบบ ERP บนแพลตฟอร์ม Odooหรือติดต่อทีมงานเพื่อพูดคุยเรื่องงานของคุณโดยตรง