Skip to Content

ISO 50001 คืออะไร และโรงงานใช้ข้อมูลพลังงานกับมาตรฐานนี้อย่างไร

หน้าที่ของโรงงานควบคุมตามกฎหมายไทยกับมาตรฐานสากลตรงกันและต่างกันตรงไหน และข้อมูลแบบใดที่ทั้งสองเรื่องต้องใช้
5 ตุลาคม ค.ศ. 2026 โดย
ISO 50001 คืออะไร และโรงงานใช้ข้อมูลพลังงานกับมาตรฐานนี้อย่างไร
Tony P.

ถ้าโรงงานของคุณเป็นโรงงานควบคุมตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 โรงงานมีหน้าที่จัดการพลังงานและส่งรายงานทุกปีอยู่แล้ว โรงงานควบคุมคือโรงงานที่ขนาดการใช้ไฟฟ้าหรือปริมาณการใช้พลังงานถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอธิบายไว้ในหัวข้อโรงงานควบคุมมีหน้าที่อะไรตามกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อได้ยินชื่อ ISO 50001 จากผู้ตรวจสอบพลังงาน ที่ปรึกษา หรือคู่ค้า คำถามที่ตามมามักเป็นว่ามาตรฐานนี้คืออะไร ต่างจากสิ่งที่โรงงานทำอยู่หรือไม่ และต้องทำงานเพิ่มอีกมากเพียงใด

บทความนี้กล่าวถึงสามเรื่อง ได้แก่ ข้อกำหนดหลักของ ISO 50001 ส่วนที่หน้าที่ตามกฎหมายไทยกับมาตรฐานนี้ตรงกันและต่างกัน และข้อมูลพลังงานที่ทั้งสองเรื่องต้องใช้ร่วมกัน

ISO 50001 คืออะไร

ISO 50001 เป็นมาตรฐานสากลว่าด้วยระบบการจัดการพลังงาน ออกโดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน หรือ ISO คำว่าระบบการจัดการพลังงานในที่นี้หมายถึงชุดขององค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งองค์กรใช้กำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์ด้านพลังงาน รวมถึงกระบวนการและขั้นตอนที่ทำให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น เอกสารภาษาอังกฤษมักเรียกโดยย่อว่า EnMS ซึ่งย่อมาจาก Energy Management System

ฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือ ISO 50001:2018 ซึ่งปรับปรุงในปี พ.ศ. 2561 และมีฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ISO 50001:2018/Amd 1:2024 ชื่อ Climate action changes ว่าด้วยการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ออกในปี พ.ศ. 2567 มาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานโดยสมัครใจ ใช้ได้กับโรงงาน อาคารพาณิชย์ และหน่วยงานประเภทอื่น

สิ่งที่ทำให้ ISO 50001 ต่างจากการตั้งเป้าลดค่าไฟทั่วไป คือมาตรฐานกำหนดให้องค์กรวัดผลเทียบกับจุดอ้างอิงที่ตั้งไว้ล่วงหน้า และแสดงให้เห็นได้ว่าสมรรถนะด้านพลังงานดีขึ้นจริง โดยมีส่วนสำคัญสี่ส่วน ดังนี้

  • การทบทวนการใช้พลังงาน (energy review) คือการวิเคราะห์ว่าพลังงานถูกใช้ไปที่ใดและเท่าใด เพื่อหาส่วนที่ใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ และหาโอกาสในการปรับปรุง
  • ค่าฐานพลังงาน (energy baseline) คือปริมาณการใช้พลังงานในช่วงเวลาอ้างอิง ใช้เป็นจุดเทียบว่าผลหลังจากนั้นดีขึ้นหรือแย่ลง
  • ตัวชี้วัดสมรรถนะพลังงาน หรือ EnPI ซึ่งย่อมาจาก Energy Performance Indicator คือตัวเลขที่องค์กรเลือกใช้ติดตามผลเทียบกับค่าฐาน
  • วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนปฏิบัติการ ที่ระบุว่าองค์กรจะปรับปรุงเรื่องใด เพื่อให้สมรรถนะด้านพลังงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โรงงานควบคุมมีหน้าที่อะไรตามกฎหมายอยู่แล้ว

พระราชกฤษฎีกากำหนดโรงงานควบคุม พ.ศ. 2540 กำหนดให้โรงงานเป็นโรงงานควบคุมเมื่อได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าหรือติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ารวมกันตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์ หรือ 1,175 กิโลโวลต์แอมแปร์ขึ้นไป หรือใช้ไฟฟ้า ความร้อน และพลังงานสิ้นเปลืองอื่นรวมกันในปีที่ผ่านมาเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ 20 ล้านเมกะจูลขึ้นไป เกณฑ์นี้นับรวมหลายโรงงานที่ใช้เลขที่ตั้งเดียวกันด้วย

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2552 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 กำหนดให้เจ้าของโรงงานควบคุมดำเนินการดังนี้

  • ประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้น เมื่อเริ่มดำเนินการครั้งแรก
  • จัดทำนโยบายอนุรักษ์พลังงานเป็นลายลักษณ์อักษร ลงนามโดยเจ้าของโรงงาน และประกาศให้บุคลากรทราบ
  • แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน
  • ประเมินการใช้พลังงานที่มีนัยสำคัญ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการอนุรักษ์พลังงาน
  • กำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน เป็นร้อยละของการลดจากปริมาณที่ใช้เดิม หรือเป็นระดับการใช้พลังงานต่อหน่วยผลผลิต พร้อมระยะเวลา เงินลงทุน และผลที่คาดว่าจะได้รับ รวมถึงจัดฝึกอบรมและกิจกรรมให้บุคลากร
  • ดำเนินการตามแผน แล้วตรวจสอบและวิเคราะห์ผลเทียบกับเป้าหมายและแผน
  • ตรวจติดตาม ประเมิน ทบทวน และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
  • ให้ผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายตรวจสอบและรับรอง แล้วส่งรายงานของปีก่อนหน้าต่ออธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

กฎกระทรวงอีกฉบับในปีเดียวกันยังกำหนดให้เจ้าของโรงงานควบคุมแต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านพลังงานภายใน 180 วันนับจากวันที่เป็นโรงงานควบคุม ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานมีหน้าที่ช่วยเจ้าของโรงงานจัดการพลังงานตามกฎกระทรวงข้างต้น

กฎหมายกับ ISO 50001 เทียบกันอย่างไร

เมื่อวางสองเรื่องไว้คู่กัน โครงหลักคล้ายกันมาก ทั้งสองเรื่องเริ่มจากนโยบาย มีเป้าหมายและแผน และมีการตรวจสอบและทบทวนผล ความต่างอยู่ที่ใครต้องทำ ใครเป็นผู้ตรวจ และผลที่ได้

เรื่องการจัดการพลังงานตามกฎหมายISO 50001
ใครต้องทำโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมองค์กรที่เลือกทำโดยสมัครใจ
ผู้ตรวจผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายหน่วยรับรองภายนอก
ผลที่ได้รายงานที่ส่งกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานทุกปีใบรับรองจากหน่วยรับรอง
วิธีวัดผลเป้าหมายเป็นร้อยละของการลด หรือระดับการใช้พลังงานต่อหน่วยผลผลิตตัวชี้วัดสมรรถนะพลังงานเทียบกับค่าฐานพลังงาน

สิ่งที่ควรทราบคือกฎกระทรวงฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึง ISO 50001 และไม่มีข้อใดยกเว้นหน้าที่ให้โรงงานที่ได้ใบรับรอง ส่วนการทำตามกฎหมายครบถ้วนก็ไม่ได้ทำให้ได้ใบรับรองโดยอัตโนมัติ เพราะใบรับรองต้องผ่านการตรวจของหน่วยรับรอง ถ้าโรงงานต้องการทั้งสองอย่าง ควรวางระบบให้ใช้ข้อมูลและเอกสารชุดเดียวกัน และสอบถามกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเมื่อไม่แน่ใจในหน้าที่ของโรงงาน

ทุกขั้นเริ่มจากข้อมูลพลังงาน

ไม่ว่าจะทำตามกฎหมายหรือตามมาตรฐาน งานส่วนใหญ่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน คือปริมาณพลังงานที่แต่ละพื้นที่ใช้ในแต่ละช่วงเวลา ใบแจ้งค่าไฟฟ้าแสดงเพียงการใช้ไฟรวมตามรอบบิล จึงบอกไม่ได้ว่าส่วนใดของโรงงานใช้พลังงานมาก ซึ่งเป็นคำถามแรกของทั้งการประเมินการใช้พลังงานที่มีนัยสำคัญตามกฎหมาย และการทบทวนการใช้พลังงานตามมาตรฐาน

ลำดับการใช้ข้อมูลพลังงาน ตั้งแต่ค่ามิเตอร์ การทบทวนการใช้พลังงาน ค่าฐานและตัวชี้วัด เป้าหมายและแผน ไปจนถึงการติดตามและทบทวนผล
ลำดับการใช้ข้อมูลพลังงาน ตั้งแต่ค่ามิเตอร์ การทบทวนการใช้พลังงาน ค่าฐานและตัวชี้วัด เป้าหมายและแผน ไปจนถึงการติดตามและทบทวนผล

แผนภาพนี้แสดงลำดับที่ข้อมูลถูกนำไปใช้ ขั้นที่หนึ่งถึงสามต้องใช้ข้อมูลที่เก็บต่อเนื่องและเทียบกันได้ ขั้นที่สี่และห้าต้องมีบันทึกว่าแผนใดทำแล้ว ใช้เงินเท่าใด และได้ผลเท่าใด ซอฟต์แวร์ช่วยได้ในส่วนของการเก็บข้อมูลและบันทึก ส่วนการตัดสินใจยังเป็นหน้าที่ของคนในโรงงาน

Energy Monitoring ของ DigitechX ใช้ติดตามการใช้ไฟของสายการผลิตและระบบสาธารณูปโภค ดูค่ามิเตอร์ กราฟย้อนหลัง และรายงาน เพื่อหาจุดที่ควรตรวจสอบต่อ ซึ่งตรงกับงานในขั้นที่หนึ่งและสอง

EMS ระบบจัดการพลังงานโรงงาน เชื่อมข้อมูลการใช้ไฟกับเป้าหมาย แผนประหยัดพลังงาน งบประมาณ และผู้รับผิดชอบ เพื่อติดตามผลของแต่ละโครงการจากข้อมูลเดียวกัน ซึ่งตรงกับงานในขั้นที่สี่และห้า

ก่อนนำค่ามิเตอร์ไปตั้งค่าฐาน ควรตรวจว่ามิเตอร์แต่ละตัววัดพื้นที่และอุปกรณ์ใด และช่วงเวลากับหน่วยของข้อมูลตรงกันหรือไม่ วิธีตรวจเรื่องเหล่านี้อธิบายไว้ในบทความ วิธีตรวจการใช้ไฟจากข้อมูลมิเตอร์

สิ่งที่มาตรฐานและซอฟต์แวร์ทำให้ไม่ได้

ถ้าเราเล่าเฉพาะส่วนที่ซอฟต์แวร์ช่วยได้ บทความนี้จะไม่ครบ จึงขอระบุข้อจำกัดสามข้อไว้อย่างตรงไปตรงมา

ซอฟต์แวร์ไม่ได้ทำให้โรงงานได้ใบรับรอง ใบรับรอง ISO 50001 ออกโดยหน่วยรับรองภายนอกหลังตรวจโรงงาน ไม่ใช่ ISO และไม่ใช่ DigitechX ระบบของเราช่วยเก็บข้อมูลและบันทึกให้พร้อมเมื่อถึงวันตรวจ

ข้อมูลที่ไม่ครบทำให้ค่าฐานคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น ถ้ามิเตอร์ไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ใช้พลังงานมาก ระบบจะแสดงได้เฉพาะส่วนที่วัด ก่อนเริ่มจึงควรสำรวจว่าจุดวัดที่มีอยู่ครอบคลุมการใช้พลังงานส่วนใหญ่ของโรงงานแล้วหรือไม่

นโยบาย คณะทำงาน และการตัดสินใจยังเป็นงานของโรงงาน ทั้งกฎหมายและมาตรฐานมีข้อกำหนดเรื่องนโยบายพลังงาน ผู้รับผิดชอบ และการทบทวนผล ซึ่งซอฟต์แวร์ทำแทนไม่ได้

ปิดท้าย

ISO 50001 กับการจัดการพลังงานตามกฎหมายใช้ข้อมูลชุดเดียวกันได้ โรงงานที่เก็บข้อมูลพลังงานรายพื้นที่ได้ครบและต่อเนื่อง จะทำงานทั้งสองเรื่องจากฐานข้อมูลเดียวกัน ส่วนโรงงานที่ยังไม่มีข้อมูลแบบนั้น ควรเริ่มจากการตรวจและเพิ่มจุดวัดก่อนตั้งเป้าหมาย

ถ้าคุณต้องการปรึกษาว่าข้อมูลที่โรงงานมีอยู่พอสำหรับเริ่มทำหรือไม่ ติดต่อเราได้ที่ หน้าติดต่อเรา

ตรวจสต็อกและสถานะล็อตก่อนจ่ายสินค้า
ตรวจล็อต สถานะคุณภาพ และเงื่อนไขลูกค้า ก่อนเลือกสินค้าสำหรับคลังเคมีหรือคลังควบคุมอุณหภูมิ